JP Management
หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ผลงานจริง บล็อก
อังกฤษสเปนไทยยูเครน
สมัครเลย

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

สารบัญ

ขอบเขตและการใช้บังคับ

คำอธิบายบริการ

คุณสมบัติของผู้ใช้บริการ

การเกิดขึ้นของสัญญา

หน้าที่ของผู้ใช้บริการ

หน้าที่ของเอเจนซี

ทรัพย์สินทางปัญญา

เงื่อนไขการชำระเงิน

การจำกัดความรับผิด

การรักษาความลับ

ระยะเวลาของสัญญาและการเลิกสัญญา

กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

การระงับข้อพิพาท

การแยกส่วนของข้อสัญญา

ข้อกำหนดสุดท้าย

1. ขอบเขตและการใช้บังคับ

1.1. ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปนี้ ("ข้อกำหนด") ใช้บังคับกับการใช้งานเว็บไซต์ jp-management-global.com ("เว็บไซต์") และบริการทั้งหมดที่เสนอโดย JP Management, Jerzmanki 185E, 59-900 Zgorzelec, Poland, NIP: 6152080019 ("เอเจนซี", "เรา", "พวกเรา" หรือ "ของเรา")

1.2. ข้อกำหนดนี้ใช้บังคับกับผู้ใช้เว็บไซต์ทุกราย และกับบุคคลและนิติบุคคลทุกรายที่เข้าทำความสัมพันธ์ตามสัญญากับเอเจนซีเพื่อการให้บริการบริหารจัดการ OnlyFans ("ลูกค้า", "ท่าน" หรือ "ของท่าน")

1.3. การเข้าถึงหรือใช้งานเว็บไซต์ หรือการว่าจ้างบริการของเอเจนซี ถือว่าท่านรับทราบว่าท่านได้อ่าน เข้าใจ และตกลงที่จะผูกพันตามข้อกำหนดนี้ทั้งฉบับ หากท่านไม่ตกลงกับข้อกำหนดข้อใดข้อหนึ่ง ท่านต้องงดเว้นการใช้งานเว็บไซต์และบริการของเรา

1.4. ข้อกำหนดและเงื่อนไขของลูกค้าที่แตกต่าง ขัดแย้ง หรือเพิ่มเติมจากข้อกำหนดนี้ ย่อมไม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา แม้จะเป็นที่ทราบกันก็ตาม เว้นแต่เอเจนซีจะตกลงยอมรับความมีผลของข้อกำหนดดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรโดยชัดแจ้ง ข้อนี้ใช้บังคับตามมาตรา 305-310 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมัน (BGB) เท่าที่ใช้บังคับได้

1.5. เอเจนซีสงวนสิทธิ์ในการแก้ไขข้อกำหนดนี้ได้ตลอดเวลา การแก้ไขจะแจ้งให้ลูกค้าปัจจุบันทราบในรูปแบบข้อความ (เช่น ทางอีเมล) อย่างน้อย 30 วันก่อนวันที่มีผลใช้บังคับ หากลูกค้าไม่คัดค้านภายใน 14 วันนับแต่ได้รับคำบอกกล่าว ให้ถือว่าลูกค้ายอมรับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว เอเจนซีจะแจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นการเฉพาะถึงสิทธิในการคัดค้านและผลทางกฎหมายของการนิ่งเฉยไว้ในคำบอกกล่าวการแก้ไขนั้น

2. คำอธิบายบริการ

2.1. JP Management เป็นเอเจนซีบริหารจัดการ OnlyFans แบบมืออาชีพ บริการของเราอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงด้านต่อไปนี้:

(a) การบริหารจัดการบัญชี - การจัดตั้ง ปรับให้เหมาะสม และดูแลบัญชีครีเอเตอร์บน OnlyFans รวมถึงการตั้งค่าโปรไฟล์ กลยุทธ์การตั้งราคา และการตั้งค่าแพลตฟอร์ม

(b) กลยุทธ์คอนเทนต์ - การพัฒนาและดำเนินการตามปฏิทินคอนเทนต์ การให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเภทของคอนเทนต์ การจัดตารางเวลา และความถี่ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชมและรายได้ให้สูงที่สุด

(c) การตลาด - การโปรโมตโปรไฟล์ครีเอเตอร์ผ่านแคมเปญการตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย การโปรโมตข้ามแพลตฟอร์ม และกลยุทธ์การหาผู้ชมใหม่

(d) การดูแลความสัมพันธ์กับแฟน - การจัดการการสื่อสารกับสมาชิก ข้อความส่วนตัว การจำหน่ายคอนเทนต์แบบจ่ายต่อการรับชม และกลยุทธ์การรักษาแฟน

(e) การดูแลโซเชียลมีเดีย - การดูแลและขยายการปรากฏตัวของลูกค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง Instagram, Twitter/X, TikTok และ Reddit เพื่อสร้างทราฟฟิกและการมองเห็น

(f) การสร้างแบรนด์ - การพัฒนาอัตลักษณ์ของแบรนด์ส่วนบุคคลที่สอดคล้องกัน รวมถึงความสวยงามด้านภาพ น้ำเสียงในการสื่อสาร และการวางตำแหน่งในตลาด

2.2. ขอบเขตของบริการที่ให้แก่ลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ ให้กำหนดไว้ในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคลที่ทำขึ้นระหว่างเอเจนซีกับลูกค้า

2.3. ความสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างเอเจนซีกับลูกค้าถือเป็นสัญญาจ้างทำบริการ (Dienstvertrag) ตามความหมายของมาตรา 611 และมาตราต่อ ๆ ไปแห่ง BGB เอเจนซีมีหน้าที่ให้บริการด้วยความเอาใจใส่และความระมัดระวังเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ แต่ไม่รับประกันผลลัพธ์ ผลสำเร็จ รายได้ หรือตัวเลขรายรับใด ๆ ที่เฉพาะเจาะจง การคาดการณ์ การประมาณการ หรือตัวอย่างรายได้ใด ๆ ที่เอเจนซีนำเสนอ เป็นเพียงการยกตัวอย่างประกอบเท่านั้น และไม่ถือเป็นการรับประกันหรือคำมั่นถึงผลการดำเนินงาน

2.4. การนำเสนอบริการบนเว็บไซต์ถือเป็นคำเชิญชวนให้ทำคำเสนอโดยไม่มีผลผูกพัน (invitatio ad offerendum) และไม่ถือเป็นคำเสนอที่มีผลผูกพันในการเข้าทำสัญญา

3. คุณสมบัติของผู้ใช้บริการ

3.1. ท่านต้องมีอายุอย่างน้อยสิบแปด (18) ปีบริบูรณ์ หรือบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายในเขตอำนาจของท่านหากกำหนดอายุไว้สูงกว่า จึงจะเข้าถึงเว็บไซต์และใช้บริการของเอเจนซีได้ การใช้งานเว็บไซต์หรือการว่าจ้างบริการของเรา ถือว่าท่านรับรองและรับประกันว่าท่านมีคุณสมบัติด้านอายุตามที่กำหนด

3.2. ท่านต้องมีความสามารถตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ในการเข้าทำสัญญาที่มีผลผูกพันตามกฎหมายในเขตอำนาจของท่าน การเข้าทำความตกลงกับเอเจนซี ถือว่าท่านรับรองและรับประกันว่าท่านไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายใดที่จะขัดขวางมิให้ท่านปฏิบัติตามหน้าที่ตามสัญญาของท่านได้

3.3. หากท่านเข้าทำความตกลงในนามของนิติบุคคล ท่านรับรองและรับประกันว่าท่านมีอำนาจผูกพันนิติบุคคลดังกล่าวตามข้อกำหนดนี้และตามสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล

3.4. เอเจนซีสงวนสิทธิ์ในการขอหลักฐานแสดงอายุและตัวตนได้ตลอดเวลา และสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธหรือยุติการให้บริการ หากคุณสมบัติที่กำหนดไว้ไม่ครบถ้วน

4. การเกิดขึ้นของสัญญา

4.1. ข้อมูลและคำอธิบายบริการที่นำเสนอบนเว็บไซต์ถือเป็นคำเชิญชวนให้ทำคำเสนอโดยไม่มีผลผูกพัน (invitatio ad offerendum) และไม่ถือเป็นคำเสนอตามสัญญาที่มีผลผูกพันของเอเจนซี

4.2. กระบวนการเกิดขึ้นของสัญญาดำเนินไปดังนี้:

(a) ผู้ที่ประสงค์จะเป็นลูกค้าส่งใบสมัครหรือคำถามผ่านแบบฟอร์มติดต่อบนเว็บไซต์ อีเมล หรือช่องทางการติดต่ออื่นที่กำหนดไว้

(b) เอเจนซีพิจารณาใบสมัคร และหากตอบรับ จะเสนอสัญญาบริหารจัดการรายบุคคลแก่ลูกค้า ซึ่งระบุขอบเขตของบริการ โครงสร้างค่าบริการ ระยะเวลา และข้อกำหนดอันเป็นสาระสำคัญอื่น ๆ

(c) สัญญาที่มีผลผูกพันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อลูกค้าตอบรับและลงนาม (รวมถึงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์) ในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล และเอเจนซีได้ยืนยันการเริ่มให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรในภายหลังแล้ว

4.3. เอเจนซีสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธใบสมัครใด ๆ ตามดุลพินิจของตนแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องแสดงเหตุผล

4.4. ข้อกำหนดนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล และให้ใช้บังคับเพิ่มเติมจากข้อกำหนดเฉพาะที่ระบุไว้ในสัญญาดังกล่าว ในกรณีที่ข้อกำหนดนี้ขัดหรือแย้งกับสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล ให้ข้อกำหนดในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคลมีผลเหนือกว่า

5. หน้าที่ของผู้ใช้บริการ

5.1. ลูกค้าต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันแก่เอเจนซีตามที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงรายละเอียดส่วนบุคคล ข้อมูลบัญชี ความต้องการด้านคอนเทนต์ และข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบัญชี OnlyFans ของลูกค้า

5.2. ลูกค้ามีหน้าที่ทำให้แน่ใจว่าคอนเทนต์ทั้งหมดที่ส่งมอบแก่เอเจนซีเพื่อใช้ในการบริหารจัดการบัญชีของลูกค้า เป็นไปตามเงื่อนไขการให้บริการของ OnlyFans และแพลตฟอร์มอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับทั้งหมด

5.3. ลูกค้าต้องรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความลับของข้อมูลสำหรับเข้าถึงบัญชีทั้งหมด ลูกค้าต้องแจ้งเอเจนซีโดยไม่ชักช้าเมื่อมีการเข้าถึงบัญชีของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเมื่อสงสัยว่ามีการละเมิดความมั่นคงปลอดภัย

5.4. ลูกค้าตกลงที่จะติดต่อสื่อสารกับเอเจนซีอย่างทันท่วงที และตอบสนองต่อคำขอข้อมูล การอนุมัติ หรือวัสดุต่าง ๆ ตามสมควร ภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล หรือหากมิได้กำหนดไว้ ให้ภายในระยะเวลาอันสมควรตามทางการค้า

5.5. ลูกค้าต้องไม่กระทำการใดที่อาจก่อความเสียหายต่อชื่อเสียงของเอเจนซี ฝ่าฝืนกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือละเมิดเงื่อนไขการให้บริการของ OnlyFans หรือแพลตฟอร์มอื่นที่เกี่ยวข้อง

5.6. ลูกค้ารับทราบว่าการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อความสามารถของเอเจนซีในการให้บริการ และเอเจนซีไม่ต้องรับผิดต่อผลการดำเนินงานที่ลดลงอันเป็นผลมาจากการที่ลูกค้าไม่ปฏิบัติตาม

6. หน้าที่ของเอเจนซี

6.1. เอเจนซีต้องให้บริการตามที่ตกลงกันด้วยความเอาใจใส่และความระมัดระวังเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และตามแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรม

6.2. เอเจนซีต้องถือว่าข้อมูลและข้อมูลข่าวสารทั้งหมดของลูกค้าเป็นความลับ และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลที่สาม เว้นแต่เท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ ตามที่กฎหมายกำหนด หรือโดยได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากลูกค้า

6.3. เอเจนซีต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้บริการของ OnlyFans และแพลตฟอร์มอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ใช้ในการให้บริการ

6.4. เอเจนซีต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงกฎระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป (EU) 2016/679 (GDPR) และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศโปแลนด์ รายละเอียดของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวของเรา ซึ่งดูได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว.

6.5. เอเจนซีต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบตามสมควรถึงความคืบหน้าของการให้บริการ และพัฒนาการอันเป็นสาระสำคัญใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีของลูกค้า

6.6. เอเจนซีต้องกำหนดผู้ติดต่อประจำสำหรับลูกค้าแต่ละราย เพื่อให้การติดต่อสื่อสารมีประสิทธิภาพและตอบสนองได้รวดเร็ว

7. ทรัพย์สินทางปัญญา

7.1. ลูกค้ายังคงเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ในคอนเทนต์ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงภาพถ่าย วิดีโอ ข้อความ กราฟิก และวัสดุสร้างสรรค์อื่น ๆ ("คอนเทนต์ของลูกค้า") ที่ลูกค้าสร้างขึ้นหรือส่งมอบให้แก่เอเจนซีเพื่อใช้ในการให้บริการบริหารจัดการ

7.2. การว่าจ้างบริการของเอเจนซี ถือว่าลูกค้าอนุญาตให้เอเจนซีมีสิทธิใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง ปรับเปลี่ยน เผยแพร่ และแจกจ่ายคอนเทนต์ของลูกค้า โดยเป็นสิทธิที่ไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว เพิกถอนได้ และมีขอบเขตจำกัด เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการบริหารจัดการตามที่ตกลงกันไว้เท่านั้น ตลอดระยะเวลาของความสัมพันธ์ตามสัญญา

7.3. สิทธิที่อนุญาตตามข้อ 7.2 สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติเมื่อความสัมพันธ์ตามสัญญาระหว่างเอเจนซีกับลูกค้าเลิกกันหรือสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ภายใต้บังคับของข้อ 7.5

7.4. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดในวัสดุ กลยุทธ์ แม่แบบ กระบวนการ และเครื่องมือที่เอเจนซีพัฒนาขึ้นโดยอิสระจากลูกค้า ("ทรัพย์สินทางปัญญาของเอเจนซี") ยังคงเป็นทรัพย์สินเฉพาะของเอเจนซี ลูกค้าไม่มีสิทธิใด ๆ ในทรัพย์สินทางปัญญาของเอเจนซีเกินกว่าขอบเขตที่ได้อนุญาตไว้โดยชัดแจ้งในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล

7.5. เมื่อความสัมพันธ์ตามสัญญาเลิกกันหรือสิ้นสุดลง เอเจนซีต้องส่งคืนหรือลบคอนเทนต์ของลูกค้าทั้งหมดที่อยู่ในความครอบครองของตนอย่างถาวรภายในสามสิบ (30) วัน เมื่อลูกค้าร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาไว้ หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการต่อสู้คดีตามกฎหมาย เอเจนซีต้องออกหนังสือยืนยันการลบข้อมูลเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ

8. เงื่อนไขการชำระเงิน

8.1. โครงสร้างค่าบริการ จำนวนเงินที่ต้องชำระ กำหนดการชำระเงิน และวิธีการชำระเงิน ให้กำหนดไว้ในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคลที่ทำขึ้นระหว่างเอเจนซีกับลูกค้า ค่าบริการอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าคอมมิชชันตามสัดส่วนร้อยละ ค่าบริการรายเดือนแบบคงที่ หรือทั้งสองแบบรวมกัน

8.2. เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล เอเจนซีจะออกใบแจ้งหนี้เป็นรายเดือน ใบแจ้งหนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระภายในสิบสี่ (14) วันนับแต่วันที่ในใบแจ้งหนี้

8.3. จำนวนเงินทั้งหมดที่ระบุไว้เป็นจำนวนเงินสุทธิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือภาษีอื่นใดที่กฎหมายกำหนด จะถูกบวกเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

8.4. ในกรณีชำระเงินล่าช้า เอเจนซีมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยผิดนัดตามมาตรา 288 BGB สำหรับธุรกรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ (B2B) อัตราดอกเบี้ยผิดนัดคือเก้า (9) จุดร้อยละเหนืออัตราดอกเบี้ยฐานของธนาคารกลางยุโรป สำหรับธุรกรรมกับผู้บริโภค อัตราดอกเบี้ยผิดนัดคือห้า (5) จุดร้อยละเหนืออัตราดอกเบี้ยฐาน เอเจนซีสงวนสิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมที่เกิดจากการผิดนัด

8.5. ลูกค้าไม่มีสิทธิหักกลบลบหนี้สิทธิเรียกร้องของตนกับสิทธิเรียกร้องค่าชำระเงินของเอเจนซี เว้นแต่สิทธิเรียกร้องแย้งของลูกค้าจะไม่มีข้อโต้แย้ง หรือได้รับการวินิจฉัยโดยคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดและมีผลผูกพันแล้ว

8.6. เอเจนซีสงวนสิทธิ์ในการระงับการให้บริการ หากลูกค้าผิดนัดชำระเงินอันเป็นสาระสำคัญเกินกว่าสิบสี่ (14) วันนับแต่ได้รับหนังสือเตือนให้ชำระเงิน

9. การจำกัดความรับผิด

9.1. เอเจนซีรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยเจตนา (Vorsatz) หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (grobe Fahrlassigkeit) ของเอเจนซี ผู้แทนตามกฎหมายของเอเจนซี หรือตัวแทนผู้ปฏิบัติงานแทนของเอเจนซี

9.2. ในกรณีความประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย (leichte Fahrlassigkeit) เอเจนซีรับผิดเฉพาะการฝ่าฝืนหน้าที่ตามสัญญาอันเป็นสาระสำคัญ (Kardinalpflichten) กล่าวคือ หน้าที่ซึ่งการปฏิบัติตามเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาอย่างถูกต้อง และเป็นหน้าที่ที่ลูกค้าไว้วางใจตามปกติและอาจไว้วางใจได้ตามสมควร ในกรณีเช่นว่านี้ ความรับผิดจำกัดอยู่เพียงจำนวนความเสียหายที่คาดเห็นได้และเกิดขึ้นตามปกติ ณ เวลาที่ทำสัญญา

9.3. ตามมาตรา 309 Nr. 7 BGB ข้อจำกัดความรับผิดที่กำหนดไว้ข้างต้นไม่ใช้บังคับกับความเสียหายที่เกิดจากการทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย ไม่ว่าจะมีระดับความผิดเพียงใด นอกจากนี้ ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ใช้บังคับกับความรับผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายอันเป็นการบังคับ ซึ่งรวมถึงความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าของเยอรมนี (Produkthaftungsgesetz) หรือในกรณีที่มีการปกปิดความชำรุดบกพร่องโดยฉ้อฉล

9.4. เอเจนซีไม่ต้องรับผิดต่อการสูญเสียรายได้ การสูญเสียกำไร การสูญหายของข้อมูล หรือความเสียหายทางอ้อมหรือความเสียหายสืบเนื่องอื่นใด เว้นแต่ในกรณีการกระทำโดยเจตนาหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

9.5. เอเจนซีไม่ต้องรับผิดต่อความสูญเสีย ความเสียหาย หรือการจำกัดการใช้งานบัญชี อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการ นโยบาย หรืออัลกอริทึมของ OnlyFans หรือแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามอื่นใด ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าเอเจนซีได้ดำเนินการโดยเป็นไปตามเงื่อนไขการให้บริการของแพลตฟอร์มเท่าที่ทราบ ณ เวลาที่กระทำการนั้น

9.6. เอเจนซีไม่ต้องรับผิดชอบต่อการไม่ปฏิบัติหรือความล่าช้าในการปฏิบัติ อันเกิดจากพฤติการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควรของตน (เหตุสุดวิสัย) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงภัยธรรมชาติ โรคระบาดใหญ่ สงคราม การกระทำของรัฐ อินเทอร์เน็ตขัดข้อง หรือแพลตฟอร์มหยุดให้บริการ

10. การรักษาความลับ

10.1. คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะถือว่าข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นความลับ หรือซึ่งโดยสภาพแล้วควรเข้าใจได้ตามสมควรว่าเป็นความลับ เป็นข้อมูลอันเป็นความลับ ("ข้อมูลอันเป็นความลับ") ข้อมูลอันเป็นความลับรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกลยุทธ์ทางธุรกิจ ข้อมูลทางการเงิน รายชื่อลูกค้า แผนการตลาด ข้อมูลสำหรับเข้าถึงบัญชี ข้อมูลส่วนบุคคล ความลับทางการค้า และกระบวนการอันเป็นกรรมสิทธิ์

10.2. ฝ่ายที่ได้รับข้อมูลต้องไม่เปิดเผย เผยแพร่ หรือทำให้ข้อมูลอันเป็นความลับใด ๆ เข้าถึงได้โดยบุคคลที่สาม โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากฝ่ายที่เปิดเผยข้อมูล เว้นแต่เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา หรือตามที่กฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งศาลที่ใช้บังคับกำหนด

10.3. หน้าที่รักษาความลับไม่ใช้บังคับกับข้อมูลที่ (a) เป็นข้อมูลสาธารณะอยู่แล้วหรือกลายเป็นข้อมูลสาธารณะโดยมิใช่ความผิดของฝ่ายที่ได้รับข้อมูล (b) อยู่ในความครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายที่ได้รับข้อมูลอยู่แล้วก่อนการเปิดเผย (c) ฝ่ายที่ได้รับข้อมูลพัฒนาขึ้นเองโดยอิสระโดยมิได้อ้างอิงข้อมูลอันเป็นความลับ หรือ (d) เปิดเผยโดยได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากฝ่ายที่เปิดเผยข้อมูล

10.4. หน้าที่รักษาความลับที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ยังคงมีผลต่อไปภายหลังความสัมพันธ์ตามสัญญาเลิกกันหรือสิ้นสุดลงเป็นระยะเวลาสอง (2) ปี เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดระยะเวลาไว้นานกว่า หรือได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล

11. ระยะเวลาของสัญญาและการเลิกสัญญา

11.1. ระยะเวลาเริ่มต้นและระยะเวลาต่ออายุใด ๆ ของความสัมพันธ์ตามสัญญา ให้กำหนดไว้ในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล

11.2. เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาบริหารจัดการรายบุคคล คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกสัญญาได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบ (30) วันก่อนสิ้นรอบสัญญาปัจจุบัน (การบอกเลิกสัญญาตามปกติ)

11.3. สิทธิของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการบอกเลิกสัญญาโดยมีเหตุอันสมควรและมีผลทันที (การบอกเลิกสัญญากรณีพิเศษ) ตามมาตรา 626 BGB ยังคงไม่ได้รับผลกระทบ เหตุสำคัญสำหรับการบอกเลิกสัญญากรณีพิเศษมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีดังต่อไปนี้:

(a) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืนหน้าที่ตามสัญญาอันเป็นสาระสำคัญ และไม่แก้ไขการฝ่าฝืนดังกล่าวภายในสิบสี่ (14) วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งที่ระบุการฝ่าฝืนนั้น

(b) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีหนี้สินล้นพ้นตัว ยื่นขอล้มละลาย หรือเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี

(c) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งกระทำการอันก่อความเสียหายอย่างเป็นสาระสำคัญต่อชื่อเสียงหรือประโยชน์ทางธุรกิจอันชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายที่บอกเลิกสัญญา หรือ

(d) การดำเนินความสัมพันธ์ตามสัญญาต่อไปกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดหมายได้ตามสมควรสำหรับฝ่ายที่บอกเลิกสัญญา อันเนื่องมาจากพฤติการณ์ที่เกิดจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง

11.4. การบอกเลิกสัญญาใด ๆ ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมลถือว่าเพียงพอ) จึงจะมีผล

11.5. เมื่อสัญญาเลิกกันหรือสิ้นสุดลง เอเจนซีต้องให้ระยะเวลาส่งมอบงานแก่ลูกค้าตามสมควรไม่น้อยกว่าสิบสี่ (14) วัน เพื่อให้การส่งมอบการบริหารจัดการบัญชีและวัสดุที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างเรียบร้อย

11.6. การเลิกสัญญาไม่กระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาที่เกิดขึ้นก่อนวันที่การเลิกสัญญามีผล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงหน้าที่ชำระเงินที่ค้างอยู่

12. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล

12.1. สำหรับสัญญากับผู้บริโภคที่มีถิ่นที่อยู่เป็นปกติในประเทศเยอรมนีหรือในรัฐสมาชิกอื่นของสหภาพยุโรป เท่าที่เอเจนซีมุ่งดำเนินกิจกรรมทางการค้าไปยังรัฐสมาชิกนั้น ให้บทบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคอันเป็นการบังคับของประเทศที่ผู้บริโภคมีถิ่นที่อยู่เป็นปกติใช้บังคับเพิ่มเติมจากข้อกำหนดนี้ เท่าที่บทบัญญัติดังกล่าวให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคที่เป็นคุณกว่า ในส่วนอื่นทั้งหมด ให้ข้อกำหนดนี้และความสัมพันธ์ตามสัญญาอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายเยอรมัน ในกรณีที่บริการมุ่งไปยังตลาดเยอรมนี

12.2. สำหรับสัญญาระหว่างเอเจนซีกับลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ (B2B) ให้ใช้กฎหมายของสาธารณรัฐโปแลนด์ โดยไม่นำอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ (CISG) มาใช้บังคับ

12.3. สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ (B2B) ให้ศาลที่มีเขตอำนาจเหนือ Zgorzelec ประเทศโปแลนด์ เป็นศาลที่มีเขตอำนาจแต่เพียงแห่งเดียวสำหรับข้อพิพาททั้งปวงที่เกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ตามสัญญา

12.4. สำหรับผู้บริโภค ให้ใช้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยเขตอำนาจศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้บริโภคอาจฟ้องคดีต่อศาลแห่งภูมิลำเนาของตน หรือต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือสำนักงานจดทะเบียนของเอเจนซี

13. การระงับข้อพิพาท

13.1. คณะกรรมาธิการยุโรปจัดให้มีแพลตฟอร์มระงับข้อพิพาททางออนไลน์ (ODR) สำหรับผู้บริโภค ซึ่งเข้าถึงได้ที่: https://ec.europa.eu/consumers/odr.

13.2. ตามมาตรา 36 แห่งกฎหมายว่าด้วยการระงับข้อพิพาทผู้บริโภคของเยอรมนี (Verbraucherstreitbeilegungsgesetz - VSBG) เอเจนซีขอแจ้งว่าตนไม่มีหน้าที่และไม่ประสงค์จะเข้าร่วมกระบวนการระงับข้อพิพาทต่อหน้าคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการผู้บริโภค (Verbraucherschlichtungsstelle)

13.3. แม้จะมีข้อความข้างต้น เอเจนซีสนับสนุนการระงับข้อพิพาทโดยสันติ และขอเชิญให้ลูกค้าติดต่อเอเจนซีโดยตรงที่ info@jp-management.com ก่อนเริ่มกระบวนการระงับข้อพิพาทอย่างเป็นทางการ

14. การแยกส่วนของข้อสัญญา

14.1. หากข้อกำหนดใดในข้อกำหนดนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่อาจบังคับได้ หรือไม่มีผล ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ความสมบูรณ์และการบังคับได้ของข้อกำหนดที่เหลือย่อมไม่ได้รับผลกระทบ

14.2. ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายที่สะท้อนวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจและเจตนารมณ์ของข้อกำหนดที่เป็นโมฆะหรือไม่อาจบังคับได้นั้นใกล้เคียงที่สุด มาใช้แทนข้อกำหนดดังกล่าว (มาตรา 306(2) BGB) และให้ใช้หลักเดียวกันนี้ในกรณีที่ข้อกำหนดนี้มีช่องว่างโดยมิได้เจตนา

14.3. หากความเป็นโมฆะของข้อกำหนดใดเกิดจากขนาดของการชำระหนี้หรือระยะเวลาที่ระบุไว้ในข้อกำหนดนั้น ให้ถือว่าคู่สัญญาได้ตกลงกันตามขนาดที่กฎหมายอนุญาตซึ่งใกล้เคียงกับข้อกำหนดเดิมที่สุด

15. ข้อกำหนดสุดท้าย

15.1. ข้อกำหนดนี้ ประกอบกับสัญญาบริหารจัดการรายบุคคลและนโยบายความเป็นส่วนตัว ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างเอเจนซีกับลูกค้าในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และมีผลแทนที่การเจรจา การให้ถ้อยคำ และข้อตกลงก่อนหน้าทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

15.2. การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้ไม่มีผลผูกพัน เว้นแต่จะทำเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมลถือว่าเพียงพอ) และคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ทั้งนี้ ภายใต้บังคับสิทธิของเอเจนซีในการแก้ไขข้อกำหนดนี้ตามข้อ 1.5

15.3. การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้หรือไม่บังคับตามสิทธิหรือข้อกำหนดใดในข้อกำหนดนี้ ไม่ถือเป็นการสละสิทธิหรือข้อกำหนดดังกล่าว

15.4. ลูกค้าไม่อาจโอนหรือถ่ายโอนสิทธิหรือหน้าที่ใด ๆ ตามข้อกำหนดนี้หรือตามสัญญาบริหารจัดการรายบุคคลให้แก่บุคคลที่สาม โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากเอเจนซี

15.5. รายละเอียดการติดต่อของเอเจนซีสำหรับการติดต่อสื่อสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดนี้ มีดังนี้:

JP Management Jerzmanki 185E 59-900 Zgorzelec, Poland NIP: 6152080019 อีเมล: info@jp-management.com เว็บไซต์: jp-management-global.com

15.6. ข้อกำหนดนี้ปรับปรุงล่าสุดเมื่อกุมภาพันธ์ 2026

ร่วมทีม JP

ก้าวต่อไปเป็นของคุณ

สมัครเลย
JP Management

ข้อกฎหมาย

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดและเงื่อนไข
  • นโยบายคุกกี้

บริการ

  • แชท
  • โซเชียลมีเดีย
  • บริหารบัญชี
  • จัดการวิกฤต

ข้อมูลผู้ให้บริการและบล็อก

  • ข้อมูลผู้ให้บริการ
  • บล็อก

©2026 JP Management สงวนลิขสิทธิ์